นอกจากหัวใจสำคัญหลักทั้ง 3 ตัวนี้แล้ว มร.ซูดะ ยังได้เสริมว่า ส่วนของกล้องยังใส่ฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่ช่างภาพบางกลุ่มต้องการใช้งานเป็นพิเศษด้วย
“เราพัฒนาเรื่องของ Silence Shutter ขึ้นมาเพราะเมื่อก่อนเวลาถ่ายรูปจะมีเสียง Shutter ที่รบกวนในบางสถานการณ์ที่ต้องการความเงียบ เช่น เวลาที่ถ่ายสัตว์ เป็นต้น เรื่องพวกนี้คือสิ่งที่เราต้องพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมทั้งการดีไซน์กล้องเราก็ต้องทำให้แตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่ม อย่างกลุ่มที่เป็น Professional เขาอาจจะต้องการกล้องที่มีการทำงานอย่างหนึ่ง ทุกอย่างต้อง High Quality ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสี คอนทราสต์ รวมไปถึงความรวดเร็วในการถ่ายภาพ ในขณะที่กลุ่มที่เพิ่งเริ่มใช้กล้องอาจจะไม่ต้องการเทคโนโลยีในแบบเดียวกับกล้องระดับมืออาชีพ แต่เน้นใช้งานง่ายภาพสีสวยคมชัด เพราะอย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเป็นกล้องคอมแพค แต่หัวใจสำคัญก็คือเรื่องของความคมชัด ดังนั้นเราจึงต้องมีกล้องหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานของลูกค้าแต่ละกลุ่ม เพราะไลฟ์สไตล์และการใช้งานของเขาไม่เหมือนกัน”
การพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ทำให้การเติบโตในส่วนของกล้องโซนี่ในปีนี้รวมถึงปีหน้าน่าจะโตได้ถึง 2 หลัก โดยมร.ซูดะมองว่า กล้องกลุ่มพรีเมียมน่าจะมีการเติบโตได้ดี