“สยามดิสคัฟเวอรี่เกิดขึ้นบนแนวความคิดที่ต้องการจะสร้างความแตกต่างจากศูนย์การค้าอื่นๆ เป็นการทำศูนย์การค้าที่ไม่ได้เน้นในเรื่องของการบริหารแบรนด์ แต่เป็นการบริหารประสบการณ์ของลูกค้า ซึ่งจุดที่แตกต่างจากเมื่อก่อนก็คือ เราไม่ได้เอาแบรนด์ดังมาดึงลูกค้า แต่เน้นการสร้างประสบการณ์ใหม่ ผ่านการจัดวางสินค้าให้อยู่ในคอนเซ็ปต์เดียวกันทั้งหมด ให้ลูกค้าค้นหาเพื่อให้สนุกกับการช้อปปิ้ง”
ทำให้เลย์เอาท์ภายในศูนย์จะมีการเปิดพื้นที่ให้โล่งเป็น Open Space เพื่อทำให้สามารถเติมแบรนด์ต่างๆ เข้าไปได้มากมาย รวมถึงล่าสุดที่เปิดโซน “Ecotopia” ชั้น 4 ซึ่งเป็น Asia’s Leading Eco-Lifestyle Destination มุมสินค้ารักษ์โลกรองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่นำเสนอสินค้าเพื่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจรยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ฉีกกฎนิยามอีโคแบบเดิมให้ทันสมัย รองรับการใช้ชีวิตใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เพื่อค้นพบนิยามใหม่ของการรักษ์โลก ที่จะทำให้ทุกคนสุขภาพดีและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน
“คนมิลเลนเนียลไม่ยึดติดแบรนด์ แต่ชอบในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นเบื้องหลังการผลิต มีบ้างที่ชอบแบรนด์ แต่ต้องมีสตอรี่ โดยสิ่งที่ลูกค้ากลุ่มนี้ชอบก็คือการออกแบบที่รักษ์โลก ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จึงเป็นที่มาของการเปิด Ecotopia เพื่อรองรับกับกลุ่มโมเดิร์นไลฟ์สไตล์โดยตรง”
“Ecotopia” ขึ้นตอบรับกระแสเทรนด์โลกที่ทุกคนหันมาเลือกบริโภคสิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อตัวเองและดีต่อโลก ซึ่งครอบคลุมและตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักช้อปกลุ่มคนรักสุขภาพและความงามทุกเพศทุกวัยในที่เดียว โดยจะเสริมคุณค่าแบรนด์สินค้าด้วยการทำการตลาดใหม่ทั้งหมดด้วยการเปลี่ยน “คุณค่า” ให้เป็น “มูลค่า” ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือจะต้องสร้าง “คุณค่า” ให้กับแบรนด์เป็นอันดับแรก สินค้าต่างๆ ที่เลือกมาสำหรับ Ecotopia ล้วนผ่านการเลือกสรรมาอย่างดีไม่เพียงแต่มีเรื่องราว หรือ Storytelling แต่จะเชิญชวนลูกค้าเข้ามาร่วมสร้าง Storydoing คือ ร่วมกันสร้างสรรค์เรื่องราวและสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นจริงร่วมกัน
ส่วนการนำเสนอสินค้าในโซนนี้ จะประกอบไปด้วย 5 ประเภทสินค้าไล่ตั้งแต่
1.เฮลท์แอนด์คอนเซียสฟู้ด (Eco Health Conscious Food) สินค้าประเภทอาหารออร์แกนิกส์ และวัตถุดิบจากธรรมชาติ
2.สินค้าอีโคซัสเทนเนเบิ้ลแฟชั่น(Eco Sustainable Fashion) ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ ที่ผลิตมาจากเส้นใยธรรมชาติ ทั้งผ้าย้อมคราม เครื่องประดับที่ผลิตมาจากกระดาษรีไซเคิล จากทุกภูมิภาคของประเทศไทยมารวมไว้
3.สินค้าอีโคออร์แกนิกส์บิวตี้แอนด์สปา(Eco Organic Beauty&Spa) กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยงาม ทั้ง ผิวหน้า, ผิวกาย,เส้นผม ฯลฯ
4.สินค้าอีโคโฮมแอนด์เดคคอร์(Eco Home & Decor) เป็นอีกสินค้าที่ปัจจุบัน ผู้ผลิตและผู้บริโภคให้ความสำคัญต่อกระบวนการผลิต โดยนำวัสดุจากธรรมชาติ และวัสดุใช้แล้วนำมารีไซเคิลผลิตเป็นสินค้าใหม่ เป็นอีกกลุ่มสินค้าที่คนรักการแต่งบ้านสินค้า
5.อีโคแกดเจ็ทแอนด์สเตชั่นเนอรี่ (Eco Gadget & Stationery) สินค้าอีโค่ที่มีนวัตกรรมสร้างสรรค์ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ได้อย่างตื่นตาตื่นใจ เพื่อให้หนุ่มสาวทันสมัยได้มีไอเทมที่ไม่ใช่แค่เพียงล้ำด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม แต่ยังมีส่วนสำคัญในการร่วมรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย
“เป้าหมายในปีแรกของ Ecotopia อยู่ที่การสร้างยอดขายประมาณ 100 ล้านบาท โดยหลังจากการที่ Ecotopia ได้เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั้งคนไทยและคนต่างชาติคิดเป็นสัดส่วนลูกค้าคนไทย 40% และลูกค้าต่างชาติ 60% ทำให้เรามีแผนที่จะเพิ่มพื้นที่ในโซนนี้จากกว่า 900 ตร.ม.เป็นกว่า 1000 ตร.ม.ในปีหน้านี้ ซึ่ง Ecotopia จะเป็นอีก 1 ไฮไลท์ของสยามดิสคัฟเวอรี่ที่จะเข้ามาตอกย้ำให้เห็นถึงการเป็น Community ของคนมิเลนเนียลได้อย่างสมบูรณ์แบบ”