เส้นทางชีวิตลูกผู้ชายกับคราบน้ำตาในวันที่ชีวิตเดินมาถึงทางตัน
วิฑูร นามไพร หรือ “ฑูร” ชายหนุ่มวัย 36 ปี ที่เติบโตมาในครอบครัวชาวนาในจังหวัดร้อยเอ็ด ปัจจุบันยึดอาชีพขับแกร็บแท็กซี่มาแล้วกว่า 6 ปี มองจากภายนอกคงไม่มีใครรู้ได้เลยว่า ใบหน้าของชายคนนี้เคยผ่านคราบน้ำตามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ฑูรเล่าให้เราถึงชีวิตวัยเด็กว่า “พื้นเพครอบครัวผมเป็นชาวนาอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ด้วยความที่พ่ออยากให้ผมมีโอกาสได้เข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ เลยส่งผมมาอยู่กับน้าที่ทำอาชีพขับรถส่งนม ซึ่งผมก็ได้น้านี่แหละที่ช่วยสอนขับรถให้ การขับรถจึงเป็นทักษะที่ผมถนัดที่สุด พอโตมาผมเลยตัดสินใจยึดการขับรถแท็กซี่เป็นอาชีพโดยเก็บเงินไปดาวน์รถแท็กซี่มือสองมาขับ ตอนขับแรกๆ แทบจะหาลูกค้าไม่ได้เลยเพราะผมเป็นคนพูดไม่เก่งเลยไม่มีสังคมในหมู่คนขับแท็กซี่ด้วยกัน ไม่รู้ว่าต้องไปรอจุดไหนเวลาไหนถึงจะได้ลูกค้า รายได้แต่ละวันเลยหมดไปกับค่าน้ำมัน เพราะต้องตระเวนขับรถหาลูกค้า ชีวิตตอนนั้นผมแทบหมดตัวเพราะค่าใช้จ่ายมีเข้ามาทุกเดือนแต่รายได้ของเราไม่แน่นอน ไหนจะค่าซ่อมรถมือสองที่พังเกือบทุกเดือน ทำให้ผมชักหน้าไม่ถึงหลังจนต้องโทรไปยืมเงินพ่ออยู่เสมอ”
“ตอนนั้นผมน้อยใจโชคชะตาชีวิตจนเคยคิดฆ่าตัวตายด้วยนะ เพราะขนาดยืมเงินพ่อทุกเดือนและออกมาขับรถทุกวัน แต่เงินที่ได้มาก็ยังไม่พอโปะหนี้เก่า ส่วนหนี้ใหม่ก็พอกพูนขึ้นเรื่อยๆ แต่มันมีจังหวะหนึ่งที่ฉุกคิดได้ว่าถ้าเราไม่อยู่แล้วพ่อจะอยู่ยังไง เลยรวบรวมความกล้าครั้งสุดท้ายเพื่อขอร้องพ่อให้เอาที่นาไปจำนองเพื่อเอาเงินมาปิดหนี้รถให้หมด จะได้มีเงินไว้ใช้จ่ายบ้าง ตอนนั้นคือการเดิมพันครั้งใหญ่ในชีวิตผมเลยนะ เพราะนาผืนนั้นคือเครื่องมือทำมาหากินชิ้นสุดท้ายของพ่อ ถ้าผมล้มเหลวครอบครัวผมก็จะล้มไปด้วย”
“โชคดีที่ในปีนั้นเป็นปีที่ได้มารู้จักกับแอปพลิเคชันแกร็บ ผมเลยลองสมัครเป็นพาร์ทเนอร์แกร็บ ปรากฏว่าเป็นการตัดสินใจที่เปลี่ยนชีวิตเราไปเลย เพราะเทคโนโลยีช่วยให้เราเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่ผมต้องขับรถวนหาลูกค้า ก็กลายเป็นว่าแอปอย่างแกร็บช่วยหาลูกค้ามาให้เราแทน ทำให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม พอเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์แกร็บได้ประมาณ 1 ปี ผมก็เก็บเงินช่วยไถ่นาพ่อคืนมาได้ และยังได้เงินเพิ่มมาดาวน์รถคันใหม่อีกด้วย” ฑูรเล่าเสริมด้วยความภาคภูมิใจ
“เมื่อปีที่แล้วในช่วงที่โควิดระบาดหนักๆ และคนไม่ค่อยออกจากบ้าน ผมเองก็ต้องปรับตัว หันมาขับรถส่งอาหารแทนการส่งผู้โดยสาร ก็สนุกไปอีกแบบนะ ทางแกร็บเขามีโค้ชประจำกลุ่มคอยช่วยเหลือแนะนำคนขับ มีการจัดเกมส์แข่งขันกันในกลุ่มเพื่อให้รางวัลกับคนที่ให้บริการลูกค้าได้ดี ทำให้ผมมีสังคมในแวดวงคนขับรถด้วยเหมือนกัน จากคนที่ขี้อายไม่ค่อยกล้าพูดกับใคร ตอนนี้ก็มีความมั่นใจมากขึ้นครับ”