BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,577
VIEWS

ภาครัฐ-เอกชนร่วมผลักดันไทยสู่ผู้นำด้านการดูแลสุขภาพแบบจำเพาะบุคคล ลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็ง

มิ.ย. 23, 2565

ในปี พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา ประเทศไทยพบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เกือบ 2 แสนคน และพบผู้เสียชีวิตมากกว่า 1 แสนคน ดังนั้น แนวทางการรับมือกับโรคมะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานอย่าง ‘การดูแลสุขภาพแบบจำเพาะบุคคล’ (Personalised Healthcare) จึงควรเป็นวาระสำคัญและเร่งด่วนของประเทศไทย เพื่อยกระดับเส้นทางการรักษาของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น และผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการรักษาโรคมะเร็ง

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ตระหนักถึงความจำเป็นดังกล่าวจึงร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น สถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และจีโนมิกส์ประเทศไทย (Genomics Thailand), สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), สมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย (Thai Breast Disease Society: TBS), ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS, คณะทำงานพัฒนาระบบบริการดูแลรักษาโรคหายาก, มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง และ โรช ไทยแลนด์ ได้จัดงาน Personalised Healthcare: Beat Cancer Together ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตอกย้ำบทบาทและความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่มุ่งขยายโอกาสการเข้าถึงนวัตกรรมการดูแลสุขภาพแบบจำเพาะบุคคลในประเทศไทย จากการวางยุทธศาสตร์ไปสู่แนวทางปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริงในอนาคต

นวัตกรรมดังกล่าวอาศัยเทคโนโลยีการตรวจยีนแบบครอบคลุม (Comprehensive Genomic Profiling) ที่ช่วยเผยให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าใจถึงความหลากหลายของความผิดปกติทางพันธุกรรม (genomic mutation) อันเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งและโรคหายาก เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาประกอบการตัดสินใจมอบตัวเลือกการรักษาด้วยยามุ่งเป้า (targeted therapy) หรือ ยาภูมิคุ้มกันบำบัด (immunotherapy) ที่ตรงกับความต้องการของผู้ป่วยแต่ละคน ส่งผลให้อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมีแนวโน้มสูงขึ้น คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น ซึ่งประเทศไทยอาจเริ่มที่ผู้ป่วยมะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ นอกจากนี้ การยกระดับความพร้อมด้านการดูแลสุขภาพแบบจำเพาะบุคคลยังนำมาซึ่งการบริหารจัดการงบประมาณด้านการดูแลสุขภาพของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ผ่านการผลักดันสถานะของประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านการดูแลสุขภาพแบบจำเพาะบุคคลแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

นวัตกรรมการดูแลสุขภาพแบบจำเพาะบุคคลไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2564 ดัชนีประเมินความพร้อมการดูแลสุขภาพและการรักษาแบบจำเพาะบุคคล (Asia-Pacific Personalised Health Index) ซึ่งจัดทำโดยคณะนักวิชาการชั้นนำผู้ทรงคุณวุฒิ เผยให้เห็นว่า เมื่อเปรียบเทียบระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จำนวน 11 ประเทศ ประเทศไทยได้คะแนนอยู่อันดับที่ 7 ซึ่งยังนับว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรวมของกลุ่ม ทั้งนี้ ด้านที่ประเทศไทยทำได้ดีเยี่ยมเป็นอันดับหนึ่งเหนือกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค คือด้านนโยบายเพื่อสนับสนุนการนำการดูแลสุขภาพแบบจำเพาะบุคคลมาใช้ แต่ในทางกลับกัน ด้านที่ไทยยังต้องปรับปรุงพัฒนาอยู่คือ Personalised Technologies

นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ได้ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน Personalised Healthcare: Beat Cancer Together เพื่อให้ตัวแทนจากทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมเกิดความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน ว่าการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศด้วยนวัตกรรมการดูแลสุขภาพแบบจำเพาะบุคคลมีส่วนช่วยให้การพยากรณ์โรคและการรักษาผู้ป่วยในอนาคตมีความแม่นยำ โดย สวรส. หวังว่าประชาชนไทยทุกคนควรได้รับโอกาสเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ในรูปแบบนี้ได้อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ดังนั้น ผู้มีอำนาจตัดสินใจควรใช้ประโยชน์จากข้อมูลมาเป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายเพื่อสุขภาพ และควรส่งเสริมความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ การตรวจรักษาที่ทันสมัย และการรักษาใหม่ ๆ ให้เข้าไปสู่ชุดสิทธิประโยชน์สำหรับคนไทยทั้งประเทศ

ล่าสุด การดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพแบบจำเพาะบุคคลในประเทศไทยมีความคืบหน้าไปอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) ซึ่งเป็นองค์กรมหาชนภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมของประเทศ ด้วยการสนับสนุนอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์บนพื้นฐานของความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ให้สามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็น การส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products; ATMPs) การนำเซลล์และยีนบำบัดไปใช้ในการรักษามะเร็ง ในส่วนของสถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และจีโนมิกส์ประเทศไทย (Genomics Thailand) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยด้านสุขภาพที่รวบรวมและสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมขนาดใหญ่ของคนไทย ให้นักวิจัยได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ต่อยอดงานวิจัยในอนาคต หนึ่งในโครงการสำคัญที่กำลังเร่งดำเนินการอยู่คือ โครงการถอดรหัสพันธุกรรม (Whole Genome Sequencing: WGS) ของผู้ป่วยชาวไทย สุกัญญา วัฒนาโภคยกิจ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าศูนย์การแพทย์จีโนมิกส์ และหัวหน้าศูนย์สกัดสารพันธุกรรม สถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ รายงานความคืบหน้าให้ทราบว่า “งานสกัดสารพันธุกรรมสำหรับโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทยได้รับตัวอย่างมาแล้วมากถึง 11,986 ตัวอย่าง จากโรงพยาบาลทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยแบ่งเป็นโรคหายาก 4,113 ตัวอย่าง โรคมะเร็ง 3,803 ตัวอย่าง โรคไม่ติดต่อ (non-communicable diseases: NCDs) 3,352 ตัวอย่าง เภสัชพันธุศาสตร์ 669 ตัวอย่าง และโรคติดเชื้ออีก 57 ตัวอย่าง โดยตัวอย่างจำนวนมากถึง 67.57% ผ่านการสกัดสารพันธุกรรมเรียบร้อยแล้ว”

ทั้งนี้ บทบาทและความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยให้มีสถานะเป็นผู้นำด้านการดูแลสุขภาพแบบจำเพาะบุคคลได้ในอนาคต วราภรณ์ สุวรรณเวลา ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า “สปสช. มีภารกิจหลักในการบริหารจัดการงบประมาณเพื่อการดูแลประชาชนชาวไทย ให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพและการรักษา และคงความยั่งยืนของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในแง่ของการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมดูแลสุขภาพแบบจำเพาะบุคคล สปสช. เชื่อว่าหากบุคลากรทางการแพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ ย่อมนำไปสู่การเลือกตัวเลือกการรักษาที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับงบประมาณ ดังนั้น สปสช. จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการหารือยุทธศาสตร์ระดับชาตินี้ด้วยกัน”

นวัตกรรมการดูแลสุขภาพแบบจำเพาะบุคคล ไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคมะเร็งเท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับเส้นทางการรักษาให้แก่ผู้ป่วยโรคหายาก แม้ว่าจะมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศ แต่การได้รับตัวเลือกการรักษาที่พัฒนามาตรงกับความต้องการเฉพาะโรคกลับสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคหายาก รศ.นพ.เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ ประธานคณะทำงานพัฒนาระบบบริการดูแลรักษาโรคหายาก กล่าวว่า “ปัจจุบันทางคณะกรรมการโรคหายากพยายามผลักดันการรักษาแบบจำเพาะบุคคลในระดับองค์รวม นับตั้งแต่กระบวนการคัดกรอง การตรวจวินิจฉัย และการรักษา เพราะฉะนั้นการรวบรวมข้อมูลในรูปแบบของฐานข้อมูล (data registry) ที่มีความต่อเนื่อง จนถึงการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล และบูรณาการกับข้อมูลของจีโนมิกส์ประเทศไทย เพื่อสร้างชุดสิทธิประโยชน์อย่างสมเหตุสมผล (Coverage with Evidence Development: CED) ที่จะช่วยให้ขั้นตอนการพิจารณาการเบิกจ่ายเป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ภายใต้พื้นฐานของการเพิ่มการเข้าถึง ความเท่าเทียมและความยั่งยืนของกองทุน”

ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี นายแพทย์พีรพล สุทธิวิเศษศักดิ์ กล่าวว่า “มีความตั้งใจที่จะสนับสนุนการนำนวัตกรรมการดูแลสุขภาพแบบจำเพาะบุคคล หรือ Personalised Healthcare มาใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอีอีซี มีความยินดีที่จะสนับสนุนประสานงานกับพันธมิตรจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการศึกษา และพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกัน ที่จะช่วยให้คนไทยได้เข้าถึงการรักษาด้วยเทคโนโลยีด้านการแพทย์ชั้นสูง และยกระดับบริการด้านสาธารณสุขได้อย่างยั่งยืน และหากบริษัทชั้นนำใด ๆ ประสงค์ที่จะมาร่วมงาน ถ่ายทอดเทคโนโลยี ทำการวิจัย การผลิต หรือการบริการที่เกี่ยวกับ Personalised Healthcare ในประเทศไทย อีอีซีมีความยินดีที่จะช่วยอำนวยความสะดวก และประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก นายแพทย์ อุกฤษฏ์ มิลินทางกูร กรรมการมูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง ซึ่งมาร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์การทำงานใกล้ชิดผู้ป่วย ถึงความสำคัญและความจำเป็นของการเข้าถึงการรักษาแบบจำเพาะบุคคล “ผู้ป่วยแต่ละบุคคลมีลักษณะทางพันธุกรรมหรือยีนแตกต่างกัน ทำให้สภาวะสุขภาพ รวมถึงโรคร่วมต่าง ๆ แตกต่างกันไปด้วย ฉะนั้น รูปแบบการคัดกรอง การตรวจวินิจฉัย การรักษา และการติดตามผล จึงควรปรับเปลี่ยนให้แตกต่างกันไปตามความต้องการของผู้ป่วยรายบุคคล ในอดีต ผู้ป่วยทุกรายมักได้รับการรักษาบนมาตรฐานเดียวกัน (one-size-fits-all approach) ทำให้ผู้ป่วยต้องใช้ยาตามขั้นตอน เมื่อผลลัพธ์การรักษาไม่ดี แพทย์จึงปรับเปลี่ยนขนาดยาหรือปรับเปลี่ยนชนิดยา ส่งผลให้ผู้ป่วยสูญเสียทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และโอกาสเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมกับตัวเอง ในทางกลับกัน หากผู้ป่วยมีโอกาสเข้าถึงแนวทางการดูแลสุขภาพแบบจำเพาะบุคคล ทุกขั้นตอนในเส้นทางการรักษา ไม่ว่าจะเป็นการป้องกัน การหาข้อมูลเกี่ยวกับโรค การตรวจวินิจฉัย และการรักษา ย่อมพลิกโฉมไปในทิศทางที่ดีขึ้น ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม สามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงกับปกติ”

ทั้งนี้เดือนมิถุนายนของทุกปี คือเดือนแห่ง Cancer Survivor Month ซึ่งเป็นเดือนที่ทั่วโลกมาร่วมกันแสดงความยินดีและให้กำลังใจกับผู้ป่วยที่เอาชนะมะเร็งได้สำเร็จ การร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วนในครั้งนี้ถือเป็นนิมิตหมายอันดียิ่ง ในการขับเคลื่อนการเข้าถึงการตรวจและการรักษาด้วยยานวัตกรรม ที่จะสามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านการดูแลสุขภาพแบบจำเพาะบุคคล รวมถึงการยกระดับด้าน Personalised Technologies จาก ดัชนีเผยความก้าวหน้าของประเทศไทยสู่การเข้าถึงการดูแลสุขภาพและการรักษาแบบจำเพาะบุคคล ที่จัดอันดับโดย FutureProofingHealthcare.com

 

บริษัท ออร์กานอน ประเทศไทย ประกาศให้มูลนิธิคีนันแห่งเอเชียเป็นผู้รับทุน โครงการ Her Health Grant ประจำปี 2026

BDMS Wellness จับมือ Lancôme เชื่อม Healthcare กับ Beauty ปั้น Wellness Ecosystem

“วัตสัน” ผู้นำร้าน Health & Beauty ตัวจริง เมื่อการรู้ใจลูกค้าเชิงลึก ผสานความสะดวกแบบ O+O Platform คือกุญแจสำคัญที่คว้าใจผู้บริโภค

MTL x BYD HYROX Bangkok สร้าง Brand Experience พร้อมชวนคนไทยอัปเกรดสุขภาพบนแนวคิด Preventive Health

“น้ำมันพืชตราองุ่น” แบรนด์น้ำมันถั่วเหลืองอันดับ 1 ในใจมหาชน ชูจุดแข็ง “Sustainable Trust” สู่การเป็น “Health & Wellness Solution”

เอไอเอ ตอกย้ำความเป็นที่ 1 มุ่งเป้าเป็นมากกว่าบริษัทประกันชีวิต สู่การเป็น “Life Partner” ดูแลคนไทยอย่างครบวงจรในทุกช่วงชีวิต

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ดัชนีศูนย์กลางการเงินโลก นิวยอร์กยืนหนึ่ง โตเกียวคืนฟอร์ม ไทยร่วงสู่อันดับ 100 ตามหลังเวียดนาม

ถอดรหัส “Prime Generations” เมื่อ Gen X ค้นพบตัวเองอีกครั้ง และ Baby Boomers กำลังออกแบบชีวิตใหม่

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

Read More Stories  

Digest

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ชวนสายสุขภาพร่วมกิจกรรม “Safety Run by Merz Aesthetics” ประสบการณ์ Run Club ครั้งแรกใจกลางเมือง

Betagro Next Gen รุ่นที่ 3 เปิดเวทีคนรุ่นใหม่ผู้มีศักยภาพ สู่เส้นทาง Future Leaders ในองค์กรอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย

สงกรานต์นี้เดินทางอย่างมั่นใจ FWD ประกันชีวิต แจกประกันอุบัติเหตุฟรี

Unboxing Ideas

ดื่มน้อยลง ออกมาทำกิจกรรมมากขึ้น ถอดรหัส RISE Coffee กับการปั้น ‘Morning Affair’ ดึงคนร่วมงานกว่า 4,000 คน

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact