(1) มัลติ สโตร์ ฟอร์แมต (Multi Store Format) การมีฟอร์แมตของร้านที่หลากหลาย ประกอบกับ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ ซึ่งช่วยในเรื่องการขยายสาขาตามสภาพแวดล้อมเพื่อเข้าถึงกลุ่มบริโภคได้อย่างเหมาะสม ครอบคลุมตั้งแต่ร้านขนาดใหญ่ในห้างสรรพสินค้า ร้านขนาดกลางในสถานีบริการน้ำมัน และ Community mall ไปจนถึง ร้าน “Shop House” ในย่านชุมชน รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาสร้างประสบการณ์ใช้งานในรูปแบบใหม่ นำไปสู่การบริการลูกค้าที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ร้าน KFC Digital Lifestyle Store สั่ง จ่าย แบบไร้สัมผัสที่แรกในประเทศไทย ที่ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ และ ล่าสุด ทางบริษัทฯ ได้ทำการเปิดสาขาแรกในสนามบินสุวรรณภูมิ ที่อาคารผู้โดยสาร ชั้น 3 เพื่อรองรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยมีการอำนวยความสะดวกในการสั่งอาหารผ่านเครื่องสั่งอาหารด้วยตนเอง (Self-Ordering Kiosk) ตลอด 24 ชั่วโมง นับว่าเป็น Branded Store ให้กับ KFC ประเทศไทย ในการต้อนรับลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี
(2) การเข้าถึงลูกค้าจากทุกช่องทาง นอกจากการให้บริการภายในร้านแล้ว การจัดส่งอาหาร (Delivery) ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบริการแบบซื้อกลับ การบริการในรูปแบบ self-pick up ที่ลูกค้าสามารถสั่งผ่านมือถือได้ล่วงหน้าและเลือกรับจากสาขาที่สะดวก โดยได้ขยายการให้บริการดังกล่าวในทุกช่องทางและทุกพื้นที่ที่มีร้าน KFC อีกทั้งทาง เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย เล็งเห็นโอกาสในการเพิ่มช่องทางส่งมอบอาหารและบริการที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย “เคเอฟซี ฟู้ดทรัค” ที่มีการเสริมนวัตกรรมต่างๆ อาทิ อุปกรณ์เพื่อลดการใช้พลังงาน และการดูแลเรื่องสุขอนามัยตั้งแต่กระบวนการผลิต การดูแลเรื่องเศษอาหารและถังดักไขมันให้เป็นน้ำสะอาดเพียงพอในการระบายทิ้งตามมาตรฐานที่กำหนดเฉกเช่นเดียวกันกับร้านอาหาร
(3) การขยายการเติบโตผ่านสายผลิตภัณฑ์ KFC ยังคงยึดมั่นในตัวตน ตอกย้ำความเป็นตัวจริงเรื่องไก่ทอด โดยยังคงเดินหน้าคิดค้นพัฒนาเมนูใหม่ รวมไปถึงการจัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายออกมารองรับพฤติกรรมผู้บริโภค อีกทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าไปอยู่ในโอกาสการรับประทานของผู้บริโภคให้มากขึ้น จึงทำให้เกิดการต่อยอดแบรนด์ KFC โดยร่วมสร้างโอกาสทางธุรกิจกับพันธมิตรในเครือ เปิดตัว KFC Café by SO COFFEE สร้างสรรค์เครื่องดื่มเอาใจลูกค้าด้วยกาแฟคุณภาพดี เมล็ดกาแฟผ่านการคัดสรรสายพันธุ์คุณภาพจากที่ราบสูงโบโลเวน ประเทศลาว หนึ่งในแหล่งปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียงระดับโลก นำมาเบลนด์ตามสูตรเฉพาะของ KFC Arabica Blend อีกทั้งยังมีเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ เช่น ช็อกโกแลต, มัทฉะ, สตรอเบอร์รี่พิงกี้ ที่เสิร์ฟรสชาติความอร่อยไม่แพ้กัน ซึ่งจากการเปิดตัว KFC Café by SO COFFEE ไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าที่ชื่นชอบรสชาติกาแฟระดับพรีเมียม ในราคาจับต้องได้ สร้างยอดขายเติบโต โดยมีสัดส่วน 40% ของกลุ่มเครื่องดื่ม ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าขยายการให้บริการ KFC Café by SO COFFEE ในสาขาของเดอะ คิว เอส อาร์ ออฟ เอเชีย จำนวน 250 สาขาภายในปี 2565 โดยเน้นทำเลสาขาที่ตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต คอมมูนิตี้มอลล์ และร้านไดร์ฟ ทรู ครอบคลุมกว่า 50 จังหวัดในประเทศไทย”