BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,078
VIEWS

สรุปกลยุทธ์ 4P ที่ “เดอะพิซซ่า คอมปะนี” ใช้กระตุ้นให้ตลาดพิซซ่าเติบโตมากกว่า 15%

ก.พ. 29, 2567 R.Somboon
โดยปกติตลาดพิซซ่า เป็นหนึ่งในตลาดร้านอาหารประเภท Quick Service Restaurant หรือ QSR ที่มีมูลค่าประมาณ 10,000 – 11,000 ล้านบาท จะมีการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 10% มีผู้เล่นที่เป็นเชนใหญ่อยู่ 3 – 4 ราย นอกนั้นจะมีเป็นร้านพิซซ่าโฮมเมด โดยมีเบอร์ 1 ที่มีส่วนแบ่งตลาดค่อนข้างจะทิ้งห่างคู่แข่งอย่างเดอะพิซซ่า คอมปะนี จากค่ายไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ประมาณ 70%
 
ด้วยเหตุที่ว่า เดอะพิซซ่า คอมปะนี เป็นผู้นำที่ค่อนข้างทิ้งห่างคู่แข่งขันรายอื่นๆ การทำตลาดของผู้เล่นรายนี้ จึงไม่ได้อยู่เพียงแค่การเพิ่มส่วนแบ่งหรือรักษาส่วนแบ่งตลาดที่มีอยู่เท่านั้น แต่บทบาทของผู้นำตลาดยังต้องทำหน้าที่ในการขยายฐานการบริโภคให้ชิ้นเค้กของตลาดมีขนาดใหญ่ขึ้น
 
ปัทม์ พงษ์วิทยาพิพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกกับเราว่า วิธีการขยายให้ตลาดมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นนั้น ไม่ได้มองแค่การแข่งขันกันเองของผู้เล่นในตลาดพิซซ่า แต่ต้องมองถึงการผลักดันตัวเองออกไปแข่งในตลาดที่ใหญ่กว่า นั่นคือการทำให้พิซซ่า กลายเป็นทางเลือกแรกๆ ที่ลูกค้านึกถึงยามที่จะกินอาหารในทุกโมเม้นต์ของชีวิตประจำวัน
 
ปฏิบัติการนี้จึงถูกสตาร์ทขึ้นมาตั้งแต่ปี 2566 เริ่มด้วยการรีแบรนด์ใหม่ครั้งแรกรอบ 23 ปีที่แบรนด์นี้ถือกำเนิดขึ้นมาในบ้านเรา การรีแบรนด์จะเกี่ยวข้องกับทั้งการปรับบรรยากาศในร้านให้ดูทันสมัย น่านั่ง การปรับโลโก้ และภาพลักษณ์ใหม่ รวมถึง Identity ทั้งหมด การปรับเรื่องของการให้บริการและการเพิ่มเมนูใหม่ๆ โดยพุ่งเป้าไปที่การดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาบริโภคพิซซ่ามากขึ้น หลังจากที่แบรนด์นี้ค่อนข้างจะแข็งแกร่งในกลุ่มครอบครัวและเด็กอยู่แล้ว การเข้าหากลุ่มคนรุ่นใหม่จึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการบริโภคมากขึ้น


นอกจากเรื่องของแบรนด์แล้ว หากจะสรุปกลยุทธ์ให้เห็นภาพของความพยายามในการขยายฐานตลาดพิซซ่าในครั้งนี้ผ่านกลยุทธ์ที่เรียกว่า “มาร์เก็ตติ้ง มิกซ์” ผ่านส่วนผสมทางการตลาดทั้ง 4P แล้ว จะออกมาได้ดังนี้
 
P ตัวที่ 1 หรือโปรดักต์ เดอะพิซซ่า คอมปะนีมีการเพิ่มเมนูใหม่ๆ ที่นอกจากเมนูพิซซ่าที่เป็น Core Product แล้วยังมีการเพิ่มเมนูที่เป็น Non Pizza เข้ามามากขึ้น อาทิ สลัด และสเต็ก โดยทำให้เป็นเซตเมนูที่เข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะกับการรอง รับรูปแบบการเข้ามาใช้บริการคนเดียว หรือ 2 คน ตามเทรนด์ Solo Customer ที่กำลังมีเทรนด์การเติบโตค่อนข้างดี
 
ทำให้หลังจากการปรับการนำเสนอโปรดักต์ในรูปแบบที่ว่านี้แล้ว ยอดขายของเดอะพิซซ่าจะมีสัดส่วนที่มาจากเมนู   พิซซ่า 75% และ Non Pizza 25% ที่สำคัญยังสามารถเพิ่มสัดส่วนลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่อย่างวัยรุ่น นักศึกษา และคนเริ่มต้นทำงานได้ถึง 25% จากเดิมที่มีลูกค้ากลุ่มนี้ไม่มากนัก
 
P ตัวที่ 2 หรือ Price ที่มีการปรับกลยุทธ์ราคา ด้วยการตั้งราคาให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย อย่างการลดราคาพิซซ่าถาดเล็กที่กินคนเดียวหรือ 2 คน ลงจากกว่า 100 บาท มาอยู่ที่ 99 บาท หรือถ้าเป็นเซตจะเริ่มต้นที่ 139 บาท ส่วนสลัดเริ่มต้นที่ 79 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และเป็นการเลือกใช้กลยุทธ์ด้านราคาที่สามารถแข่งขันกับอาหารประเภทอื่นๆ ได้ โดยอาศัยจุดแข็งของไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ในเรื่องของ Cost Leadership ที่มาจากการมีซัพพลายเชนด้านอาหารที่แข็งแกร่งจนสามารถคอนโทรลต้นทุนได้ค่อนข้างดี


P ตัวที่ 3 หรือเรื่องของช่องทางขาย ที่เดอะพิซซ่า คอมปะนีมีการ Transform กลยุทธ์ครั้งสำคัญ ด้วยการลดเวลา     การันตีการส่งลงจาก 30 นาที เหลือ 20 นาที ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการส่งที่ยังคงทำให้ลูกค้าได้พิซซ่าที่ร้อนเหมือนกับนั่งทานในร้าน เป็นการแก้ Pain Point ที่ลูกค้ามักจะกังวัลว่า หากสั่งดิลิเวอรี่จะได้พิซซ่าที่ไม่ร้อนเหมือนกับนั่งทานในร้าน ซึ่งนั่นจะทำให้การรับประทานพิซซ่าไม่อร่อย
 
การการันตีการส่งไม่เกิน 20 นาทีนี้จะเริ่มจากพื้นที่ในกรุงเทพฯ สำหรับ 40 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ร่วมรายการ ซึ่งพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ โดยเฉลี่ยแล้วจะมีสาขาของเดอะพิซซ่า คอมปะนี เปิดอยู่ประมาณ 70 สาขา โดยเลือกสาขาที่อยู่ในทำเลที่มีรัศมีการส่งที่สามารถคอนโทรลได้เป็นสาขานำร่องก่อน หลังจากนั้นจะมีการขยายไปยังสาขาอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป ซึ่งในครั้งนี้จะมีการการันตีการส่งถึงมือไม่เกิน 20 นาที และหากทำไมได้จะมีการให้คูปองเพื่อแลกพิซซ่าไซส์ M ให้กับลูกค้าเป็นการตอบแทน
 
โดยการปรับกลยุทธ์ด้วยการลดเวลาการส่งจากเดิม 30 นาที เป็น 20 นาที ต้องมีการปรับการบริหารจัดการในหลายส่วน ตั้งแต่เรื่องของในครัว ที่ก่อนหน้านั้นเวลาในการปรุงพิซซ่าแต่ละออร์เดอร์จะมีประมาณ 15 นาที และจะใช้เวลาส่งอีก 15 นาที
 
แต่หลังจากการปรับด้วยการนำดาต้าเข้ามาใช้ โดยเลือกหน้ายอดนิยมที่มีการออร์เดอร์มากที่สุดมาเตรียมไว้ก่อน ทำให้สามารถลดเวลาในการปรุงเหลือ 12 นาที
 
ส่วนเรื่องของการจัดส่งก็มีการปรับรูปแบบการจัดการเรื่องรัศมีในการส่งใหม่ทำให้สามารถลดเวลาในการส่งลงได้จาก 15 นาที มาเหลือแค่ 8 นาที ซึ่งในช่วงของการซอฟต์ลอนช์ไปเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปรากฏว่า มีข้อผิดพลาดแค่ 5% ทำให้สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้มากขึ้น โดยลูกค้า 98% พึงพอใจกับการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในครั้งนี้
 
“เราเลือกทำกับสาขาที่มีโลเคชั่นอยู่ในใจกลางกรุงเทพฯ ก่อน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสาขาของเราตั้งอยู่หนาแน่น จึงมีการจัดโซนการส่งใหม่จากเดิมรัศมี 5 กิโลเมตร มาอยู่ที่ 2 กิโลเมตร ทำให้สามารถคอนโทรลเวลาส่งได้ ส่วนสาขาในชานเมืองที่ทำเลที่ตั้งของสาขาอยู่ห่างกันจึงยังปรับในเรื่องการส่งได้ไม่เต็มที่ แต่หลังจากนี้จะมีการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการ เพื่อให้สามารถการันตีการส่งได้ภายในเวลา 20 นาที”
 
แม้การขายผ่านช่องทางดิลิเวอรี่จะถูกมองว่ามีเทรนด์การเติบโตที่ลดลงหลังการระบาดของโควิด – 19 ผ่านไป แต่สำหรับเดอะพิซซ่า คอมปะนีแล้ว พบว่าดิลิเวอรี่ยังคงเป็นช่องทางขายสำคัญที่มีสัดส่วนถึง 45% ขณะที่การนั่งทานในร้านจะมีสัดส่วน 30% และเทกโฮมอีก 25% โดยสัดส่วนของดิลิเวอรี่ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เป็นการเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าของการระบาดของโควิด – 19 ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 25% เท่านั้น
 
การปรับกลยุทธ์ในครั้งนี้จะสอดรับกับกลยุทธ์การขยายสาขาที่ในปีนี้จะมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 15 สาขา แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 10 สาขา และในหัวเมืองรองของต่างจังหวัดอีก 5 สาขา จากตัวเลขสิ้นปีที่ผ่านมาที่มีสาขารวมอยู่ที่ 420 สาขา ซึ่งการเปิดสาขาจะเน้นไปที่สาขานอกมอลล์ ที่ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของเวลาการเปิดปิด ทำให้มีช่วงเวลาในการทำดิลิเวอรี่เพิ่มมากขึ้น
 
ผู้บริหารของเดอะพิซซ่า คอมปะนี บอกว่า ปัจจุบัน เดอะพิซซ่า คอมปะนีมีสาขากระจายอยู่ใน 76 จังหวัด มีสาขาอยู่ในเมืองหลักครบหมดแล้ว จึงเริ่มที่จะขยายสาขาเข้าไปในเมืองรองและเริ่มลงไปในระดับอำเภอ เพื่อเป็นตัวช่วยในการขยายฐานการบริโภคพิซซ่าให้กว้างมากขึ้น โดยที่ผ่านมา เดอะพิซซ่า คอมปะนีสามารถเข้าถึงลูกค้าได้แล้ว 7 ล้านครัวเรือน เมื่อมองถึงศักยภาพในการขยายสาขาเข้าไปในระดับอำเภอแล้วจะพบว่ามีผู้เล่นเพียง 2 – 3 รายที่มีศักยภาพมากพอ และหนึ่งในนั้นจะเป็นเดอะพิซซ่า คอมปะนี
 
“เรามีดาต้าของลูกค้าที่สั่งพิซซ่าประจำอยู่ที่ 2.2 ล้านดาต้า ทำให้เราเข้าใจ Insight ของพวกเขา สามารถนำมาเป็นตัวช่วยวิเคราะห์ในการนำเสนอสินค้าและบริการให้ได้ตรงกับความต้องการของแต่ละคนได้แบบ Personalized เช่นเดียวกับเรามีผู้ถือบัตรเมมเบอร์ พิซซ่า คลับ การ์ด อยู่ที่ 3 แสนใบ ตั้งเป้าตัวเลขเพิ่มขึ้นในปีนี้แบบ 100% โดยมีการเพิ่มเบเนฟิตส่วนลดต่างๆ รวมถึงซื้อ 1 แถม 1 มาสู่การนั่งทานในร้านอีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งจะเป็นอีกตัวช่วยในการเพิ่มความถี่ในการบริโภคพิซซ่าให้มีมากขึ้น”


P ตัวที่ 4 โปรโมชั่น นอกจากเรื่องการทำแคมเปญซื้อ 1 แถม 1 ที่เป็นซิกเนเจอร์ โปรโมชั่นที่จัดมาตลอด 23 ปีที่ผ่านมาแล้ว ในปีนี้ ยังมีการใช้พรีเซ็นเตอร์ด้วยการดึง “บิวกิ้น – พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” พร้อมด้วย “พีพี – กฤษฏ์ อำนวยเดชกร”  2 นักแสดงและนักร้องชื่อดัง นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ร่วมกันเป็นครั้งแรก เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง
 
โดยนอกเหนือจากกระแสความนิยมและฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นทั้งในไทยและต่างประเทศ คาแร็กเตอร์ของ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ และ พีพี-กฤษฏ์ ยังตรงกับดีเอ็นเอความโมเดิร์น กระฉับกระเฉง และเข้าถึงง่ายของเดอะ พิซซ่า คอมปะนี พร้อมพบกับกิจกรรมพิเศษที่จะได้เห็นตลอดทั้งปี ดังนั้นเชื่อมั่นว่าการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คู่ใหม่ในครั้งนี้ จึงช่วยสนับสนุนภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความสดใหม่ เสริมสร้างความใกล้ชิดกับผู้บริโภค ตลอดจนเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี
 
“ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ การยกระดับบริการทั้งหน้าร้านและดิลิเวอรี่ รวมถึงการนำ เสนอโปรโมชั่นที่คุ้มค่าอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เดอะ พิซซ่า คอมปะนี มั่นใจว่าจะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ทำให้เดอะ พิซซ่า คอมปะนีเป็นผู้นำเกมแห่งวงการพิซซ่าที่พร้อมส่งมอบความอร่อยและประสบการณ์ที่น่าประทับ ใจให้แก่ผู้บริโภคทุกคน โดยคาดว่าจากการดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าวจะสามารถสร้างการเติบโตของยอดขายทั่วประเทศได้ไม่น้อยกว่า 15% ซึ่งเป็นตัวเลขมากกว่าการจัดแคมเปญนี้ในช่วงที่ผ่านมาที่ไม่มีการใช้พรีเซ็นเตอร์ที่ส่วนใหญ่จะมีตัวเลขเติบโตของยอดขายอยู่ที่ 10%” ปัทม์ กล่าวทิ้งท้าย


“เดอะพิซซ่า คอมปะนี” ปรับเกมอย่างไร ให้สอดรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของลูกค้า

จาก 1 แถม 1 ของเดอะพิซซ่า คอมปะนี ถึง “ชิ้นที่สอง 1 บาท” ของร้านวัตสัน โปรโมชันที่สร้างภาพจำให้เป็น “ซิกเนเจอร์ของแบรนด์”

ใครยังโทรสั่งพิซซ่า ยกมือขึ้น!!!! เดอะพิซซ่า คอมปะนี ชี้ ลูกค้าส่วนใหญ่สั่งผ่านแอป พร้อมยกระดับเบอร์ 1112 สู่การเป็น Customer Service Center

“เดอะพิซซ่า คอมปะนี” มียอดขายโตสวนทางตลาดได้ เพราะไม่ได้เป็นแค่ร้านขายพิซซ่า แต่ก้าวสู่การเป็น Western Restaurant Destination

“เดอะพิซซ่า คอมปะนี” เล่นบท The Game Changer ในตลาด QSR ปั้นสาขาเมืองรองให้เป็น Destination ของลูกค้า

“จากพิซซ่าถึงเบอร์เกอร์” ทำโปรโมชั่น “ราคา” อย่างไร ไม่ให้กระทบกับแบรนด์

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact