“โทรทัศน์” หรือ “ทีวี” เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมของประเทศไทยที่มีสีสัน และมีความเคลื่อนไหวมาโดยตลอด และ “ซัมซุง” คือหนึ่งในแบรนด์ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด และมีฐานะเป็นผู้นำตลาดมาอย่างต่อเนื่อง การันตีความสำเร็จ ด้วยผลสำรวจวิจัย 2024 Thailand’s Most Admired Brand ที่ล่าสุดซัมซุงอยู่ในอันดับ 1 หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มโทรทัศน์ LED TV / OLED TV เสมือนเป็นเครื่องหมายยืนยันความสำเร็จที่สะท้อนภาพความมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ และความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ส่งผลให้แบรนด์ทีวีซัมซุงได้รับการยอมรับในความเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความไว้วางใจ และเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคชาวไทยชื่นชอบมาอย่างยาวนาน
คุณชวพจน์ เทียนทอง รักษาการผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจโทรทัศน์ และเครื่องเสียง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันซัมซุงเป็นแบรนด์ผู้นำตลาดทีวีอันดับ 1 ติดต่อกันถึง 18 ปี ซัมซุงจึงมีความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาสินค้า ไม่เพียงเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ต้องตอบโจทย์ความต้องการใช้งานที่หลากหลาย และทำให้ผู้บริโภคมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซัมซุงจึงพัฒนาไลน์อัปของทีวีที่ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น Micro LED, Neo QLED, OLED, QLED และ Crystal UHD สำหรับกลุ่มที่เป็นผู้ชื่นชอบในเทคโนโลยีจอภาพ และยังมี Lifestyle TV สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญในเรื่องของดีไซน์ ไปจนถึง Samsung Soundbar ที่ช่วยเสริมประสบการณ์การรับชมและรับฟังให้สมบูรณ์แบบขั้นสุด ตลอดจนการบริการหลังการขายแบบ Premium Service พร้อมศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อดูแลและมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยนโยบายดังกล่าวส่งผลต่อความสำเร็จทำให้ซัมซุงก้าวสู่แบรนด์ที่ผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุดในปัจจุบัน
“ตลอดระยะเวลากว่า 18 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของซัมซุงคือการทำให้ทีวีเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสุขให้กับลูกค้า ดังนั้นวิสัยทัศน์ในการทำงานของเราจึงไม่ใช่แค่การพัฒนาสินค้า แต่เป็นการยกระดับชีวิตของลูกค้าให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ด้วยการทำให้ทีวีซัมซุงเป็นศูนย์กลางความบันเทิงและเป็นเสมือนศูนย์กลางของครอบครัว นอกจากคุณภาพภาพและเสียงที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทีวีซัมซุงยังเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆ ของทีวี ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI มาช่วยอัปสเกลคอนเทนต์ให้มีความคมชัดมากขึ้นจากต้นฉบับ รวมถึงการ Integrate ทีวีเข้ากับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ผ่านแอปพลิเคชัน SmartThings สิ่งเหล่านี้เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับพันธกิจของแบรนด์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับชีวิตของผู้คน”
สำหรับสถานการณ์ของตลาดทีวีประเทศไทยในปัจจุบันต้องยอมรับว่าการแข่งขันในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีความดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ จากการที่มีผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดเพิ่มมากขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องดีเพราะทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งนี้ ในฐานะผู้นำทีวีซัมซุงยังคงยึดมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า และการให้บริการที่ดีที่สุด เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

โดยปีที่ผ่านมา ซัมซุงมีการเปิดตัวสินค้าใหม่หลายรุ่น อาทิ Neo QLED 8K ที่อัปเกรดขึ้นจากปีก่อนทั้งด้านภาพและเสียง รวมถึงยังสามารถควบคุมอุปกรณ์ Smart Home ได้ด้วย Built-in IoT Hub ที่อยู่ในทีวี โดยเฉพาะสินค้าน้องใหม่ที่กำลังเป็นดาวรุ่งอย่าง Samsung OLED ที่เพิ่งเปิดตัว ได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี ทำให้ทีวีซัมซุงสามารถรักษาตำแหน่งแบรนด์ยอดขายอันดับ 1 ได้ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 18

“เราให้ความสำคัญในการรักษามาตรฐานของคุณภาพสินค้า แม้ว่าจะทำให้มีอุปสรรคในการแข่งขันด้านราคา แต่เรามีการปรับกลยุทธ์ด้วยการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ เพื่อสร้างกิจกรรมที่ช่วยผลักดันให้สินค้าของเราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น Samsung Finance+ สร้างทางเลือกทางการเงินรูปแบบใหม่ให้กลุ่มลูกค้าสามารถเลือกซื้อทีวีซัมซุงเครื่องใหม่ได้เพียงใช้แค่บัตรประชาชนใบเดียว นอกจากนั้น เรายังมีแคมเปญเก่าแลกใหม่ ให้ลูกค้าสามารถนำทีวีเครื่องเก่ามาแลกเป็นส่วนลดในการซื้อทีวีเครื่องใหม่ และแคมเปญชีวิตดี ซัมซุงทีวีสุดแขน ช่วยลูกค้าอัปเกรดทีวีซัมซุงเครื่องใหม่ให้ได้จอใหญ่สุดแขน ด้วยราคาผ่อนเริ่มต้นเพียงหลักร้อยต่อเดือน”
นอกจากนี้ ซัมซุงยังมีการขยายช่องทางในการจัดจำหน่าย เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าของซัมซุงได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ในการนำเสนอแพ็กเกจพิเศษพ่วงกับบริการอินเทอร์เน็ต รวมถึงการขยายช่องทางจัดจำหน่ายผ่านร้านอุปกรณ์ไอที แกดเจ็ทสำหรับสินค้าพกพาได้ เช่น Samsung Sound Tower และโปรเจ็กเตอร์พกพา The Freestyle เป็นต้น
คุณชวพจน์ กล่าวเสริมว่า “ด้วยสภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง ลูกค้ามีตัวเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น การสร้าง Brand Loyalty จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยมัดใจให้ลูกค้าเชื่อมั่นในแบรนด์ทีวีซัมซุง นอกจากนวัตกรรมทางด้านภาพและเสียงที่ซัมซุงมุ่งพัฒนาเพื่อสร้างสินค้าที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า สร้างความแตกต่างของสินค้าโดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิตด้วยการใช้วัสดุรีไซเคิล เลือกใช้รีโมทที่ชาร์จไฟได้ด้วยแสงไฟในห้องหรือสัญญาณ WiFi ในบ้าน เพื่อลดการใช้ถ่านแบตเตอรี่แบบใช้แล้วทิ้ง และการใช้กล่องบรรจุภัณฑ์ที่สามารถอัปไซเคิลได้ รวมถึงการพัฒนาไลน์อัปทีวีที่หลากหลาย ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่าง ทั้งในผู้ที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์เล่นเกม จนถึงกลุ่มที่ชื่นชอบงานดีไซน์ด้วย Lifestyle TV อย่าง The Frame ทีวีดีไซน์กรอบรูป ช่วยตอบโจทย์ลูกค้าที่ไม่อยากให้ทีวีเป็นแค่เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ยังเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยสร้างสุนทรียภาพภายในบ้านด้วยการเปลี่ยนหน้าจอทีวีให้แสดงภาพงานศิลปะในขณะที่ไม่ได้เปิดทีวี หน้าจอจะขึ้นภาพที่เป็นงานอาร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียงทั่วโลก”
ปีนี้ ซัมซุงยังเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ในไลน์อัป Lifestyle รวมถึงการต่อยอดในเรื่องประสบการณ์การใช้งานที่ต้องสะดวกสบาย อีกทั้งยังมีการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ด้านสื่อในประเทศไทย เพื่อให้บริการแอปพลิเคชันคอนเทนต์ที่หลากหลาย พัฒนาแอปพลิเคชัน SmartThings ที่มีเฉพาะในเครื่องใช้ไฟฟ้าซัมซุงเพื่อให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อและควบคุมอุปกรณ์ Smart Home ในบ้านได้อย่างง่ายดายผ่านหน้าจอทีวีไปจนถึงฟีเจอร์ Energy Saving ที่มี AI ช่วยวิเคราะห์ ประมวลผลการใช้งาน และลดจำนวนการใช้พลังงานของทีวี ช่วยให้ประหยัดค่าไฟได้มากขึ้นสูงสุดถึง 25%
สำหรับเทรนด์ของตลาดทีวี คุณชวพจน์ มองว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพของภาพและเสียงที่คมชัดมากขึ้น และผู้บริโภคยังต้องการจอทีวีที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นด้วยเช่นกัน ซัมซุงจึงพัฒนาหน้าจอที่มีขนาดให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ 32 นิ้ว ไปจนถึง 98 นิ้ว ซึ่งจอขนาดใหญ่มักมีปัญหาภาพแตกหากภาพต้นฉบับมีความคมชัดไม่เพียงพอ ซัมซุงจึงพัฒนาฟีเจอร์ Supersize Picture Enhancer เพื่ออัปสเกลให้ภาพยังคมชัดแม้อยู่บนจอทีวีขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ปีนี้เป้าหมายสำคัญของซัมซุง คือการรักษาความเป็นผู้นำที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 โดย เฉพาะในตลาดพรีเมียม และ Big Screen โดยไฮไลท์ที่จะช่วยสร้างความโดดเด่นและแตกต่างให้กับทีวีของซัมซุง คือการนำนวัตกรรม AI เข้ามาช่วยพัฒนาสินค้าโดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ AI ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งซัมซุงทีวีได้นำ AI เข้ามายกระดับนวัตกรรมจอภาพให้มีความฉลาดและเก่งรอบด้านมากขึ้น เช่น ฟีเจอร์ AI Upscaling ช่วยอัปเกรดให้ภาพบนหน้าจอมีความคมชัดยิ่งขึ้น แม้ว่าคอนเทนต์ออริจินัลจะไม่ใช่ภาพ 8K และ AI Motion Enhancer จะช่วยให้ฉากที่มีความเคลื่อนไหวเร็วไม่สะดุดทำให้รับชมภาพได้อย่างลื่นไหล และ Active Voice Amplifier จะตรวจจับประเภทของคอนเทนต์ที่กำลังรับชมโดยเลือกที่จะปรับแต่งเสียงให้ได้อรรถรสสมจริง เหมาะสมกับแต่ละฉากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงกลางปีนี้จะมีกิจกรรมฟุตบอลยูโรเกิดขึ้น ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับลูกค้าที่ต้องการอัปเกรดทีวีเครื่องใหม่ เพราะเป็นช่วงที่ซัมซุงมีแผนเปิดตัวทีวีรุ่นใหม่ที่น่าสนใจอีกหลายรุ่น พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับแฟนบอล

คุณชวพจน์ ย้ำว่า การแข่งขันในตลาดทีวีในปีนี้จะยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสภาพการแข่งขัน ดังนั้นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยสร้างความแตกต่างและทำให้ทีวีซัมซุงเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจของผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน จึงต้องมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาสินค้าที่ไม่เพียงแค่ตอบโจทย์ความต้องการ แต่ต้องมุ่งสร้างนวัตกรรมที่ล้ำหน้าเกินความคาดหมายของผู้บริโภค ซึ่งซัมซุงเป็นแบรนด์ที่มีสินค้าครอบคลุมไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคทั้งในบ้านและนอกบ้าน และการ Integrate อุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้ซัมซุงไม่ใช่แค่เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
“เราพยายามขับเคลื่อนตลาดด้วย Product Innovation และปีนี้ซัมซุงทีวีจะมีความน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นหลายเรื่อง โดยเฉพาะการนำ AI เข้ามาเพื่อเรียนรู้ และสร้างสรรค์ประสบการณ์การรับชมของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการนำแอปพลิเคชัน SmartThings มาเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าให้มีความ Seamless ยิ่งขึ้น เพราะมาตรฐานของคุณภาพสินค้าและบริการเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความพึงพอใจสูงสุด เราจึงตอกย้ำพันธสัญญาว่าจะไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาทีวีและเครื่องเสียงที่ดีที่สุด เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมที่สมจริง และการใช้งานที่สะดวกสบาย ตลอดจนบริการหลังการขายเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าของเรา” คุณชวพจน์ กล่าว