มร.ตงกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการ SMEs ในหลายๆ ประเทศยังคงเผชิญกับความท้าทายต่างๆ เช่น การพัฒนาการรองรับการชำระเงินออนไลน์ หรืออี-เพย์เม้นท์ (e-payment)โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเข้าถึงบริการด้านการเงินและการสนับสนุนด้านอื่นๆ แต่สำหรับในประเทศไทย ลาซาด้าได้ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดดังกล่าว โดยได้จับมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ นำร่องปล่อยสินเชื่อออนไลน์(Digital Lending) ให้แก่ลูกค้าเอสเอ็มอีที่เป็นผู้ขายบนลาซาด้าเป็นที่เรียบร้อย ด้วยการนำเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) ที่พัฒนาโดยบริษัท เอสซีบี อบาคัส มาใช้พิจารณาปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจบน e-commerce เป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าให้สามารถทำการขอสินเชื่อออนไลน์ได้ทันทีไม่ต้องขอเอกสารยุ่งยาก สร้างความคล่องตัวทางการเงิน และความสามารถในการขยายธุรกิจให้แก่กลุ่มผู้ค้าลาซาด้าประเทศไทย
นอกจากนี้ “โลจิสติกส์”ยังเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยข้อจำกัดในด้านผู้ให้บริการซึ่งดำเนินธุรกิจขนาดเล็กและไม่สามารถตอบโจทย์ในทั้งระบบ และยังมีความแตกต่างทางโครงสร้างด้านการคมนาคมขนส่งภายในภูมิภาคอีกด้วยทั้งนี้ จากการวิจัยของอิโคโนมิสต์ อินเทลลิเจ้นท์ ยูนิต ประจำภูมิภาคเอเชีย หรือ อีไอยู (Economist Intelligence Unit : EIU) พบว่า โลจิสติกส์นั้นถือเป็นหนึ่งในความท้าทายของผู้ประกอบการฯ โดยเฉพาะในประเทศที่มีภูมิประเทศเป็นแบบหมู่เกาะ ดังเช่นอินโดนิเซีย และฟิลิปปินส์ โดยผลการวิจัยระบุว่า เครือข่ายถนน ไปจนถึงเครือข่ายค้าปลีกและการกระจายสินค้า เป็นปัจจัยที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับบริษัทผู้ประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
“สำหรับภูมิภาคที่มีความแตกต่างและหลากหลายเช่นนี้ ข้อมูลและเทคโนโลยี นับเป็นสองปัจจัยหลักที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาประสบการณ์ของผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ โดยผู้ประกอบการที่มีความสามารถในการใช้ข้อมูลเพื่อเข้าถึงรสนิยมของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่และสามารถสร้างความต้องการของผู้บริโภคขึ้นได้นั้น จะเป็นผู้ที่ผู้ที่อยู่บนเส้นทางแห่งความสำเร็จ ทั้งนี้ การใช้เครือข่ายโลจิสติกส์ของลาซาด้าจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบธุรกิจในด้านการเคลื่อนย้ายสินค้าในแต่ละประเทศ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการเหล่านี้สามารถเข้าถึงและส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้ในทุกที่ โดยเทคโนโลยีของลาซาด้าที่ใช้ระบบสถิติและข้อมูลเชิงลึก สามารถจะช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กเชื่อมต่อกับผู้ซื้อสินค้าผ่านเครือข่ายซึ่งไว้ใจได้ นับเป็นการสร้างโอกาสในการต่อยอดธุรกิจและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของตลาดผู้บริโภคในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
มร.ตงกล่าวยังต่อไปว่า ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ นั้นสามารถเปิดโอกาสให้กับชุมชนและผู้ที่มีความสามารถพิเศษในด้านต่างๆ มากมาย ผู้ประกอบการรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเพราะสามารถเข้าถึงสื่อประเภทโซเชียลเน็ตเวิร์คและนวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างกว้างขวาง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือความยืดหยุ่นในการประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ดึงดูดให้กลุ่มผู้หญิงหันมาเป็นผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซมากขึ้น โดยสามารถดูแลธุรกิจไปพร้อมๆ กับการดูแลครอบครัวที่บ้านได้ในเวลาเดียวกัน
“เมื่อพิจารณาถึงความสำคัญของผู้บริโภคกลุ่มที่เป็นผู้หญิงซึ่งมีส่วนสำคัญในการผลักดันธุรกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน เราจึงมองเห็นถึงเหตุผลที่ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ๆ ให้การสนับสนุนบรรดาผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นสุภาพสตรี โดยเฉพาะในธุรกิจสินค้าอีคอมเมิร์ซประเภทเครื่องสำอางและสินค้าสำหรับเด็ก
ทั้งนี้ ผู้หญิงนั้นมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิตอลเป็นอย่างมากโดยระบบนิเวศทางอีคอมเมิร์ซที่สมบูรณ์แบบจะช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจอันแข็งแกร่งสำหรับผู้ประกอบการที่เป็นผู้หญิง และเพื่อเป็นการสนับสนุนกลุ่มสตรีในภูมิภาค ลาซาด้าได้พัฒนาความคิดริเริ่ม อาทิ โครงการ“Mompreneurs” ซึ่งเป็นโปรแกรมฝึกอบรมที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ช่วยให้สุภาพสตรีที่เป็นแม่บ้านสามารถทำธุรกิจร้านค้าออนไลน์ได้ในขณะที่ยังคงดูแลครอบครัวไปด้วย โดยโปรแกรมนี้ได้ดำเนินการแล้วในประเทศฟิลิปปินส์ และคาดว่าจะขยายสู่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ต่อไป