สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ The Digital Advertising Association of Thailand (DAAT) จับมือ คันทาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยผลสำรวจมูลค่างบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลของประเทศไทยประจำปี เจาะลึกใน 59 ประเภทอุตสาหกรรม และ 17 ประเภทสื่อดิจิทัล พบว่า ในปี 2565 แพลตฟอร์มและสื่อดิจิทัลในประเทศไทยมีมูลค่าการใช้จ่ายด้านโฆษณามากถึง 25,729 ล้านบาท โดยตัวเลขที่เติบโตขึ้นจากปี 2564 อยู่ที่ 4%
กลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการลงทุนในสื่อโฆษณาดิจิทัล 5 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอลล์ (2,535 ล้านบาท) โดยขยับขึ้นจากอันดับที่สองในปีก่อนหน้า ตามด้วยกลุ่มสกินแคร์ (2,467 ล้านบาท) กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ (2,414 ล้านบาท) กลุ่มธุรกิจการสื่อสาร (2,004 ล้านบาท) และกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม (1,539 ล้านบาท)
สำหรับกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตในการใช้เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลสูงที่สุด คือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดที่ 65% ในขณะที่กลุ่มวิตามินและอาหารเสริม และกลุ่มธนาคาร มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 23% และ 22% ตามลำดับ
หากจำแนกตามการลงทุนตามช่องทางการลงโฆษณาบนสื่อดิจิทัล พบว่า เมตา (เฟซบุ๊ค รวมกับ อินสตาแกรม) ยังครองตำแหน่งแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งที่แบรนด์ต่าง ๆ เลือกใช้เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภค โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายทางการโฆษณาอยู่ที่ 8,748 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของเม็ดเงินลงทุนผ่านสื่อดิจิทัลทั้งหมด ตามมาด้วยยูทูป (3,546 ล้านบาท) โซเชียลเน็ตเวิร์ค (2,209 ล้านบาท) ออนไลน์วิดีโอ (2,162 ล้านบาท) และเสิรซ์ (1,650 ล้านบาท) ตามลำดับ
ผลการสำรวจยังพบว่าการใช้เงินโฆษณาบนช่องทาง TikTok ในปี 2565 มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีมูลค่าการโฆษณาอยู่ที่ 1,048 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 189%
ดร. อาภาภัทร บุญรอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คันทาร์ (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า “การเติบโตของโฆษณาดิจิทัลยังคงมีความต่อเนื่อง เพราะสื่อออนไลน์สามาถเข้าถึงกลุ่มคนได้เป็นจำนวนมาก เจาะกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดได้ วัด ROI ได้ชัดเจน และมีฐานข้อมูลของผู้บริโภคที่เป็นประโยชน์ในการปรับแผนการตลาด รวมถึงมีรูปแบบ Platform/solutions ที่หลากหลายและเป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ต่อนักการตลาด”
“ถึงแม้ว่าสถานการณ์ของโควิดจะคลี่คลายไปแล้วแต่วิวัฒนาการของพฤติกรรมดิจิทัลยังคงอยู่และเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ทำให้สื่อออนไลน์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน เทรนด์ของ ออนไลน์วิดีโอ (Online Video), การเล่นเกมส์ และ อี-คอมเมิร์ซ (E-Commerce) ยังคงเป็นเทรนด์ที่มาแรงทั้งในประเทศไทย เอเชีย และทั่วโลก การใช้สื่อออนไลน์ไม่ได้ลดลงแม้คนจะออกจากบ้านมากขึ้นแล้ว แต่เป็นกิจกรรมออนไลน์ การใช้แอพพลิเคชั่น (application) การปฎิสัมพันธ์กันของประชากรดิจิทัลมีการปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่เป็นอิสระ ไร้ข้อจำกัด โดยต้องการตอบสนองวัตถุประสงค์ที่หลากหลายทั้ง การศึกษา การทำงานและสร้างอาชีพ การท่องเที่ยวหาประสบการณ์ เพื่อความบันเทิงและการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมออนไลน์ (online community)”
“สิ่งที่สำคัญกับโฆษณาดิจิทัล ณ ปัจจุบัน และอนาคตคือการใช้ Analytics มาวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคในการใช้สื่อออนไลน์และการที่นักการตลาดและสื่อต่าง ๆ ในความสำคัญกับเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูลและการรักษาความลับของผู้ใช้”
คุณภารุจ ดาวราย นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) กล่าวว่า “สมาคมโฆษณาดิจิทัล ได้ทำการสำรวจมูลค่าโฆษณาดิจิทัลมาตั้งแต่ปี 2555 โดยในปีนี้ สมาคมฯ ยังคงจับมือกับ คันทาร์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการวิเคราะห์และจัดเก็บข้อมูล อีกทั้งรับความร่วมมือจาก 39 เอเยนซีสมาชิกร่วมสนับสนุนข้อมูลตัวเลขการใช้จ่ายจริงในการลงโฆษณาดิจิทัล”
“หนึ่งในภาระกิจที่ สมาคมฯ มุ่งมั่นทำมาอย่างอย่างต่อเนื่องคือการสนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัลของประเทศไทย โดยสมาคมฯ เชื่อมั่นว่าข้อมูลที่ดีและถูกต้องจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมได้เติบโตอย่างมั่นคง โดยการสำรวจในรอบล่าสุดนี้ สมาคมฯ ได้เพิ่มการวัดผล Online Audio เข้ามา และพบว่ามูลค่าการลงทุนเพื่อการโฆษณาในช่องทางนี้ได้แตะถึง 233 ล้านบาทแล้วในปีที่ผ่านมา”
ทั้งนี้ สมาคมโฆษณาดิจิทัล ได้คาดการณ์ว่าภาพการใช้งบเพื่อการโฆษณาบนสื่อดิจิทัลของประเทศไทยสำหรับปี 2566 จะเพิ่มสูงขึ้นอีกที่ 7% คิดเป็นมูลค่า 27,481 ล้านบาท
ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อซื้อรายงานมูลค่างบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลได้ที่ คันทาร์ (ประเทศไทย) ผ่านเว็บไซต์
https://kantarthailand.dpdcart.com/ ได้ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2566 เป็นต้นไป