บนโลกที่เสียงทุกเสียงดังเท่ากัน “ความน่าเชื่อถือ” กลายเป็นพลังที่ทรงอิทธิพล และปีนี้โรงพยาบาลเมดพาร์ค (MedPark Hospital) พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังนั้น ด้วยการก้าวขึ้นครองตำแหน่งอันดับ 1 ในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน จากผลสำรวจ 2025 Thailand’s Social Power Brand พื้นที่สะท้อนพลังของแบรนด์ในโลกออนไลน์ได้อย่างชัดเจนที่สุด
สิ่งที่ทำให้ “โรงพยาบาลเมดพาร์ค” เป็นแบรนด์โรงพยาบาลเอกชนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกโซเชียล ไม่ได้มาจากแคมเปญหวือหวา หรือการทุ่มงบโฆษณามหาศาล ทั้งหมดล้วนมาจากแนวคิดการสื่อสารที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง กล่าวได้ว่า “พูดด้วยความจริงใจ เข้าใจ และไม่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง” คุณพราว ปธานวนิช Associate Chief Administrative Officer and Innovation Division Director โรงพยาบาลเมดพาร์ค กล่าว
“เราตั้งใจตั้งแต่แรกว่าจะเลือกคอนเทนต์ที่ไม่ใช่แบบ Inside Out ทำให้เมดพาร์คโดดเด่นในโลกโซเชียล เนื่องจากเราเลือกที่จะปฏิเสธการเอาแต่พูดเรื่องของตัวเองหรือใช้ศัพท์ยากๆ ที่คนทั่วไปเข้าไม่ถึง หรือนำเสนอเฉพาะข้อมูลทางการแพทย์ที่ซับซ้อนหรือโปรโมตบริการของตัวเองอย่างเดียว”
การเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่แค่การนำเสนอเนื้อหาในมุมของหมอหรือวิชาการ แต่ต้องคิดด้วยว่าคนทั่วไปหรือคนไข้อยากรู้อะไร อะไรที่ทำให้พวกเขารู้สึกมั่นใจหรือไม่มั่นใจ การเข้าใจจิตวิทยาและความต้องการของผู้บริโภคทำให้เมดพาร์คสามารถสร้างเนื้อหาที่โดนใจและมี Engagement


ในยุคที่คนเสพสื่อด้วยความเร็ว เชื่อด้วยความรู้สึก เมดพาร์คให้ความสำคัญกับคุณภาพของเนื้อหามากกว่าปริมาณ คุณพราวเสริมถึงแนวทางในการสื่อสารว่าเมดพาร์คใช้ความจริงใจและซื่อสัตย์เป็นหัวใจของทุกโพสต์ ทุกถ้อยคำถูกกลั่นออกมาจากความเข้าใจในผู้บริโภคมากกว่าการตลาดแบบดั้งเดิม เนื่องจากต้องการให้เมดพาร์คเป็น Trusted Source ที่วางตัวเป็นกึ่งๆ สถาบัน มีความน่าเชื่อถือ โดยทุกข้อมูลที่โพสต์ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ออกไปสู่สาธารณะนั้นถูกต้องและเป็นประโยชน์กับประชาชนทุกคน ไม่เพียงแค่คนไข้ของโรงพยาบาลเท่านั้น
“ความหลากหลายของเนื้อหาก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ คอนเทนต์ของเรามีตั้งแต่เรื่องสุขภาพ Lifestyle การเฝ้าระวังและป้องกันโรคไปจนถึงเรื่องราวของคนไข้จริงๆ ที่เรารู้สึกว่าสามารถสะท้อนพลังของมนุษย์ได้ดีที่สุด” คุณพราว อธิบาย
สิ่งเหล่านี้ คือเสน่ห์ที่ทำให้คนบนโลกโซเชียลหันมา “ฟังเมดพาร์ค” มากกว่า “โฆษณา”
คอนเทนต์ที่สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภค “ฟัง” แบรนด์ได้เป็นอย่างดีและสร้าง Brand Differentiation ให้กับเมดพาร์ค คือ Patient Story ที่มีหัวใจสำคัญในการสื่อสาร คือประสบการณ์จริงของผู้ใช้บริการ ผลักดันให้คอนเทนต์กลายเป็นเรื่องเล่าที่จับต้องได้และเข้าถึงใจผู้รับสาร เนื่องจากสามารถสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์และความเข้าใจที่ลึกซึ้งกว่าการนำเสนอข้อมูลทางวิชาการเพียงอย่างเดียว รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจ และทำให้ผู้ฟังเห็นภาพจริงของการดูแลแบบมนุษย์กับมนุษย์


เบื้องหลังความสำเร็จบนโลกดิจิทัล ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เมดพาร์คลงทุนสร้างทีม Content In-house ที่แข็งแกร่ง มีนักเขียนถึง 5 คน มี SEO Specialist มี Patient Story Specialist และทีมผลิตวิดีโอมืออาชีพที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของเรื่องราวออกมาได้อย่างทรงพลัง
โดยที่มาที่ไปก็เรียบง่ายและคลาสสิกอย่างการติดกระดุมให้ถูกตั้งแต่เม็ดแรก…
“เราต้องมีทีมที่ตรงกับ Vision ของเรา เราชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่าอยากได้ MarComm แบบไหน จุดเปลี่ยนแรกของการเติบโตแบบก้าวกระโดดในสื่อ Digital คือวันที่เราได้ Team Lead ที่ดีมากๆ มีความรู้ทั้งด้านการแพทย์และด้านออนไลน์ และเป็นคนที่มี Passion อยากทำงานลักษณะนี้"

จุดเปลี่ยนที่สองและสาม คือการเข้ามาของผู้เชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์ ได้แก่ SEO Specialist และ Patient Story Specialist พวกเขาทำให้เนื้อหาทางการแพทย์ ข้อมูลวิชาการที่ซับซ้อน ให้เข้าใจง่าย ตอบโจทย์ในสิ่งที่คนอยากรู้ และร้อยเรียงออกมา “เป็นเรื่องเล่าที่จับต้องได้” และสามารถสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ แรงบันดาลใจ ให้กับผู้คนได้ จุดเปลี่ยนสำคัญต่อมา คือการผนึกกำลังด้วยทีมงานสร้างสรรค์ภาพ ได้แก่ Videographer & Editor ที่เปี่ยมด้วยทักษะระดับมืออาชีพและมี Growth Mindset พวกเขาคือผู้ที่สามารถ ถ่ายทอดอารมณ์ของเรื่องราว และภาพจริงของการดูแลแบบ "มนุษย์กับมนุษย์" ออกมาได้อย่างลึกซึ้งและทรงพลัง
ขณะเดียวกัน ในแง่ของการใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เมดพาร์คเข้าใจดีว่าแต่ละแพลตฟอร์มมีลักษณะและกลุ่มผู้ใช้ที่แตกต่าง สำหรับกลุ่มลูกค้าฐานเดิมจะใช้ Facebook เป็นหลัก รองลงมาคือ YouTube และ TikTok โดย YouTube จะเน้นเนื้อหา Long Form ที่ลงลึกกว่า ส่วน TikTok จะเป็นคลิปสั้นที่สรุปใจความสำคัญ เพราะในยุคปัจจุบันคนมีสมาธิสั้น ต้องทำให้เขาสนใจได้ทันที ไม่เช่นนั้นก็จะถูกเลื่อนผ่านไป
มากไปกว่านั้น การฟังเสียงของผู้คนในโลกออนไลน์เป็นอีกสิ่งที่เมดพาร์คให้ความสำคัญมาก “ทุกเสียงสำคัญหมด ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์หรือรีวิว”

คุณพราว กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ปล่อยให้ Negative Voice ผ่านไปเฉยๆ จึงรีบ Take Action ทันที หากมีเคสจริง เรารีบแก้ไข ถ้าไม่เจอข้อมูลก็จะติดต่อกลับไปเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม เพราะเราเชื่อว่าการรับฟังอย่างจริงใจคือจุดเริ่มต้นของความไว้วางใจ”
จากการมอนิเตอร์ทุกคอมเมนต์และทุกรีวิวอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้เมดพาร์คสามารถรับฟังเสียงของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน และได้ “เรียนรู้” จากเสียงเหล่านั้น ทีม Service Design และ Experience Design Researcher จะนำข้อมูลจากทุกคอมเมนต์มาวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาประสบการณ์ผู้ป่วยให้ดีขึ้นในทุกวัน เพราะ Healthcare ไม่ใช่ธุรกิจ Impulsive Buy จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงการสร้าง Trust ระยะยาว ทุกอย่างที่นำเสนอออกไปบน Social Media มีเป้าหมายเดียวกัน คือเพื่อให้คนรู้สึกเชื่อใจเมดพาร์ค เมื่อถึงวันที่ต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์
สำหรับการขยายการสื่อสาร เมดพาร์คเข้าใจดีว่าแต่ละประเทศมีแพลตฟอร์มโซเชียลที่นิยมใช้แตกต่างกัน อาทิ คนพม่าชอบ Facebook คนจีนใช้ WeChat เป็นหลัก คนอาหรับชอบ Snapchat และที่สำคัญคือการมีทีมงานต่างชาติที่มาจากแต่ละประเทศและเข้าใจวัฒนธรรมของลูกค้าเป็นอย่างดี จึงปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม โดยตระหนักว่า
"เราจะไปในที่ๆ ลูกค้าไป ไม่ว่าเขาจะอยู่แพลตฟอร์มไหน เราก็จะอยู่ตรงนั้นกับเขา” คุณพราว กล่าว

นอกจากนี้ เมดพาร์คมีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่าการมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับคนไข้จะมีการบอกต่อเองบนโซเชียล ฉะนั้นการผสมผสานระหว่างการสื่อสารที่ดีบนโซเชียลกับการให้บริการที่เป็นเลิศในโลกความเป็นจริง ทำให้เมดพาร์คสามารถสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีอย่างยั่งยืน
ความสำเร็จในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เครื่องหมายของความสำเร็จในโลกออนไลน์ แต่ยังสามารถสะท้อนภาพของแบรนด์ที่สื่อสารด้วยหัวใจ มีความจริงใจ เข้าใจมนุษย์ และพิสูจน์ให้เห็นว่า ความน่าเชื่อถือคือพลังที่แท้จริงของยุคดิจิทัล พลังที่ชื่อว่า MedPark Hospital