นอกจากนี้ในส่วนงาน Sharp SMART Business solution และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการความร่วมมือระหว่างกองบัญชาการกองทัพไทย และบริษัท ชาร์ป ไทยจำกัดในช่วงบ่าย โรเบิร์ต อู กรรมการผู้จัดการ ได้เผยว่า "นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลไทยจะเป็นก้าวสำคัญของการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อสร้างความก้าวหน้า ความปลอดภัย และการเติบโตอย่างยั่งยืน การนำเสนอนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ด้านธุรกิจของชาร์ปครั้งแรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยครั้งนี้ เกิดขึ้นเพื่อมุ่งหวังให้เกิดการปฏิรูปด้านการศึกษาไปสู่ระบบดิจิทัลมากยิ่งขึ้น เรียนรู้ที่จะนำเทคโนโลยีขั้นสูงของชาร์ปทั้งในด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์มาทำประโยชน์ในเชิงธุรกิจ ช่วยพัฒนาองค์กรให้มีความทันสมัยและชาญฉลาด ซึ่งชาร์ปสามารถให้บริการนวัตกรรมอัจฉริยะครอบคลุมทุกด้าน อาทิ การเรียนรู้ผ่านระบบเครือข่ายแบบเรียลไทม์ การบริการเรื่อง Big Data ฯลฯ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนที่สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลการพัฒนาความสามารถของนักเรียน โดยหวังว่าจะปลูกฝังพลังนี้ให้เป็นกลไกแห่งการเติบโตของประเทศไทยต่อไป"
นิทรรศการดังกล่าวของชาร์ป ได้รับความสนใจจากวิทยาลัยอาชีวศึกษา โรงเรียนช่างฝีมือทหารกองทัพไทย กลุ่มธนาคาร และกลุ่มตัวแทนการค้าของชาร์ป เข้าร่วมงานกว่า 600 คน นิทรรศการแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ (1)การศึกษาอัจฉริยะ (2)ออฟฟิศอัจฉริยะ (3)ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ และ (4)ป้ายสัญญาณอัจฉริยะ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ในการใช้ และเข้าใจในเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาเพื่อตอบรับโครงการเมืองอัจฉริยะ และเปิดโอกาสทางธุรกิจอื่น ๆ ที่เป็นไปได้
ชาร์ปจะครบรอบ 106 ปีของการดำเนินธุรกิจในปีนี้ ซึ่งตลอดระยะเวลาดังกล่าว ชาร์ปได้มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงเพื่อนำพาความสุขและความสะดวกสบายให้กับผู้คนบนโลก อีกทั้งยังเป็นผู้ให้กำเนิดนวัตกรรมต่าง ๆ มากมาย ไม่แต่เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน แต่ยังรวมถึงภาคธุรกิจ เช่น นวัตกรรมจอภาพอัจฉริยะที่เป็นได้ทั้งกระดานไวท์บอร์ดและจอภาพ LCD ซึ่งความล้ำสมัยนี้จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและสร้างมุมมองใหม่แก่ผู้ใช้งานทั่วโลก รวมทั้งความสามารถในการเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อขยายขีดความสามารถให้ส่งต่อถึงกันได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น ทั้งในด้านการแพทย์ ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบควบคุมคุณภาพในภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น